รณรงค์ตรวจเลือดหญิงตั้งครรภ์-สามี

กรมอนามัย รณรงค์สถานบริการสาธารณสุขดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีการให้คำปรึกษาแบบคู่เพื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีของหญิงตั้งครรภ์และสามี

ปัจจุบันมีการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศไทยประมาณร้อยละ 30-40 มาจากคู่สามีภรรยาที่มีผลเลือดต่างกัน โดยในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์แต่ละปีมีจำนวนประมาณ 800,000 ราย ซึ่งมากกว่าร้อยละ 95 มารับบริการฝากครรภ์ที่สถานบริการ จากรายงานผลการดำเนินงานของกรมอนามัย ปี 2556 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ได้รับการปรึกษาตัดสินใจตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 99.7 ถึงแม้ว่าอัตราการให้การปรึกษาเพื่อตรวจเลือดเอชไอวี ด้วยความสมัครใจในหญิงตั้งครรภ์สูง แต่พบว่าโรงพยาบาลยังคงเน้นให้บริการเฉพาะหญิงตั้งครรภ์เป็นหลัก ขาดความตระหนักและความพร้อมในการจัดบริการให้เอื้อต่อการเข้าถึงบริการให้การปรึกษากับคู่สามีของหญิงตั้งครรภ์ ส่งผลให้พลาดโอกาสในการพูดคุยประเมินพฤติกรรมเสี่ยงระหว่างคู่และการส่งเสริมให้สามีมีส่วนร่วมในการดูแลภรรยาขณะตั้งครรภ์

“กรมอนามัยได้ดำเนินงานป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก โดยสนับสนุนให้สถานบริการสาธารณสุขดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และมีการพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีการให้คำปรึกษาแบบคู่เพื่อตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีของหญิงตั้งครรภ์และสามี ในปี 2556 มีสถานบริการที่ให้บริการปรึกษาแบบคู่ คิดเป็นร้อยละ 42 หญิงคลอดที่ได้รับการตรวจเลือดเอชไอวี ร้อยละ 99.20 และมีผลเลือดเอชไอวีบวก ร้อยละ 0.61 เด็กได้รับยาต้านไวรัสร้อยละ 99 เด็กได้รับนมผสมก่อนออกจากโรงพยาบาลร้อยละ 77 สำหรับในกรณีหญิงตั้งครรภ์มีผลเลือดเอชไอวีบวกจะได้รับยาต้านไวรัสเพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เด็กที่ติดเชื้อ จะได้รับยาต้านไวรัสหลัง คลอดทันที และจะได้รับนมผสมทดแทนนมแม่เป็นเวลา 12-18 เดือน โดยแม่และลูกหลังคลอดจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว