ป้อมพระจุลจอมเกล้า หรือ ป้อมพระจุล

เมื่อร.ศ. 112 หรือพ.ศ.2436 ชาวสยามจะต้องจารึกว่าเกิดเหตุการณ์สำคัญระดับชาติขึ้น ณ ที่แห่งนี้ เมื่อบ้านเมืองตกอยู่ในวงล้อมล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างปราการปกปักษ์ทางน้ำไว้รอบด้าน หนึ่งในนั้น คือ ป้อมแหลมฟ้าผ่าหรือป้อมพระจุล ติดตั้งปืนใหญ่เสือหมอบ 7 กระบอก

ซึ่งได้รับใช้ชาติด้วยการยิงถล่มเรือนำร่องของกองทัพฝรั่งเศสที่รุกล้ำน่านน้ำไทยจนจมไปหนึ่งลำ นำไปสู่การยุติข้อพิพาทเขตแดนริมฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงที่ยืดเยื้อมากว่าทศวรรษ แม้จะลงเอยที่ไทยต้องเสิยดินแดน 1 ใน 3 เพื่อรักษาเอกราชไว้ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ป้อมประจุลในวันนี้กลายเป็นอนุสรณ์สถานกึ่งพื้นที่การเรียนประวัติศาสตร์และธรรรมชาติ สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในฉลองพระองค์ชุดจอมทัพเรืองามสง่า พระหัตถ์ทรงกระบี่ปกปักษ์แผ่นดินไทย แล้วศึกษาวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ได้ที่พิพิธภัณฑ์ใต้ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบประดับครุฑสีแดงโดดเด่นที่ประจำการยาวนานที่สุดในกองทัพมาถึง 60 ปี ชมนิทรรศภาพความเสียหายจากการสู้รบได้ที่การอุทยานฯประวัติศาสตร์ทหารเรือซึ่งอยู่ใกล้เคียงซึ่งจัดแสดงศาสตราวุธต่างๆ จากอดีตจนถึงปัจจุบันที่พิพิธภัณฑ์อาวุธยุทโธปกรณ์กลางแจ้งภายในอุทยานฯ ก่อนจะเดินสำรวจเส้นทางอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนให้ชุ่มปอดปิดท้าย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand